เสริม เพิ่มภูมิคุ้มกันImmune System

เสริม เพิ่มภูมิคุ้มกันImmune System คอยปกป้องร่างกาย

เสริม เพิ่มภูมิคุ้มกันImmune System เสนอแนะให้เข้ารับการตรวจ NK Cell Count แล้วก็ NK Cell Activityมีประวัติติดเชื้อบ่อยครั้ง ดังเช่นว่า เริม, งูสวัด, โรคตับอักเสบ, เป็นหวัดบ่อยมาก, เคยจับไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ เอ หรือ บี, หวัดนก, ไข้เชื้อไวรัสวัวโรนา

เป็นต้นครอบครัวมีประวัติการเป็นโรคมะเร็งมีสภาพการณ์ร่างกายอ่อนเพลียเรื้อรังมีประวัติการสูบบุหรี่อย่างต่อเนื่องมีประวัติจำเป็นต้องสัมผัสกับฮอร์โมนหรือมลพิษจากสภาพแวดล้อมเป็นระยะเวลาที่ยาวนานมีภาวะน้ำหนักเกิน หรือเป็นโรคอ้วน

(เปอร์เซ็นต์ไขมันภายในร่างกาย เพศชายมากกว่า 28 เปอร์เซ็นต์ แล้วก็หญิงมากกว่า 32 เปอร์เซ็นต์)ผู้ที่มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง ที่ต้องการตรวจวิเคราะห์เชิงคุ้มครองป้องกัน

เพื่อติดตามแนวทางการทำงานของภูมิคุ้มกันที่มีกันที่มีมาแต่กำเนิด ซึ่งเป็นภูเขาไม่แบบไม่จำเพาะเฉพาะเจาะจงของตัวเอง (Nonspecific Defense Mechanism)

เพื่อสุขภาพร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรง จำเป็นต้องเอาใจใส่ในเรื่องระบบภูมิคุ้มกันให้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพราะนับว่าเป็นเกราะคุ้มครองที่สำคัญของร่างกาย

การรับประทานอาหารที่หลากหลายครบกลุ่ม เสริม เพิ่มภูมิคุ้มกันImmune System

และเสริมด้วยอาหาร ตัวอย่างเช่น บลูเบอร์รี, เห็ดไมตาเกะ, เห็ดหลินจือ, กระเทียม หรือสินค้าเสริมของกินบางชนิดที่มีการค้นคว้าทำการวิจัยว่าช่วยบำรุงระบบภูมิคุ้มกัน เป็นต้นว่า Cordyceps (ถั่งเช่า), MGN-3 (สารสกัดจากรำข้าว Biobran), Resveratrol, Reishi Extract

(สารสกัดจากเห็ดหลินจือ), AHCC (สารสกัดจากเส้นใยของเห็ดหลากหลายประเภท), Quercetin (สารกรุ๊ปฟลาโวนอยด์ของโพลีฟีนอลพบได้ในผลไม้ผักใบรวมทั้งเมล็ดพืชหลายแบบ), วิตามินซี และก็โพรไบโอติกส์ ฯลฯ ก็สามารถช่วยเพิ่ม NK Cell activity ได้เช่นกัน15-17

4 กลุ่มสารอาหารสำคัญที่ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน

1. โปรตีน (Protein)โปรตีน หรือที่รู้จักกันในฐานะหน่วยองค์ประกอบเบื้องต้นของร่างกาย ช่วยทำให้ร่างกายสามารถสร้างแอนติบอดี้ที่จำเป็นต้องต่อการคุ้มครองป้องกันเชื้อไวรัสและแบคทีเรียที่รุกล้ำเข้ามาภายในร่างกาย เพื่อให้แน่ใจว่าเราได้รับปริมาณโปรตีนอย่างพอเพียง

พวกเราสามารถรับประทานอาหารที่มีโปรตีนชั้นยอดให้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆจากปลา สัตว์ปีก เนื้อไร้ไขมัน อาหารจำพวกถั่วเหลือง และก็สินค้านมที่มีไขมันต่ำ

2. วิตามินแล้วก็สารพฤกษเคมี (Vitamins and phytonutrients)วิตามินเอและก็ซี รวมทั้งสารพฤกษเคมี ล้วนมีบทบาทสำคัญต่อร่างกายภูมิคุ้มกันของพวกเรา

วิตามินซีซึ่งเป็นอีกหนึ่งตัวเสริมสร้างภูมิคุ้มกันที่สำคัญที่สุด ช่วยกระตุ้นให้ร่างกายผลิตแอนติบอดี้ที่ต่อสู้กับโรคภัยไข้เจ็บร้าย

ในทุกวันพวกเราจึงจำต้องรับประทานวิตามินซีในปริมาณที่สมควร เพราะเหตุว่าร่างกายไม่สามารถสร้างหรือเก็บสะสมวิตามินซีไว้ได้ ในขณะที่วิตามินเอก็ช่วยบำรุงรักษาสุขภาพผิว

เยื่อของระบบที่ทำการย่อยอาหาร รวมทั้งระบบฟุตบาทหายใจ

สารพฤกษเคมีที่พบในผักและผลไม้ ช่วยทำให้ร่างกายลดความเข้มข้นของอนุมูลอิสระที่เป็นตัวการทำให้ร่างกายอ่อนแอไม่สามารถที่จะต่อสู้กับความเจ็บไข้ได้ สารพฤกษเคมีหลายชนิดช่วยลดการเสี่ยงของโรคมะเร็งรวมทั้งโรคหลอดเลือดแล้วก็หัวใจ

ทุเลาการอักเสบ ลดระดับความดันเลือด แล้วก็เสริมสร้างภูมิต้านทานโดยรวมได้อย่างดีเยี่ยม

3. โพรไบโอตำหนิกส์แล้วก็พรีไบโอติกส์ (Probiotics and prebiotics)ระบบย่อยอาหารปฏิบัติหน้าที่หลักสำหรับเพื่อการเกื้อหนุนรูปแบบการทำงานของภูมิต้านทาน

ระบบลำไส้เป็นทางสำคัญที่จำต้องสัมผัสกับสภาพแวดล้อมภายนอก อีกทั้งเป็นทางเดินที่มีจุลอินทรีย์ไมโครไบโอมที่ช่วยเรื่องย่อยอาหารและซึมซับสารอาหารเข้าสู่ร่างกาย การมีแบคทีเรียลำไส้ที่ดีนับว่ามีประโยชน์หลายประการ

ช่วยทำให้น้ำหนักลดลง ย่อยอาหารเจริญขึ้น เสริมเพิ่ม ภูมิคุ้มกัน Immune System ผิวพรรณผ่องใส รวมทั้งที่สำคัญที่สุดเป็นช่วยให้ภูมิคุ้มกันดำเนินการอย่างมีคุณภาพ แม้ว่างานศึกษาทำการค้นคว้าและทำการวิจัยในประเด็นดังที่ได้กล่าวมาแล้วจะยังไม่เป็นผลสรุปกระจ่างแจ้งหรือเห็นด้วยกันโดยปกติก็ตามหลายงานค้นคว้าวิจัยพบว่า

โพรไบโอติเตียนกส์ ซึ่งเป็น “แบคทีเรียจำพวกดี” มีประโยชน์ต่อระบบการทำงานด้านการย่อยอาหาร รวมทั้งพรีไบโอติกส์ ซึ่งเป็นประเภทใยอาหารที่ร่างกายมนุษย์ไม่สามารถย่อยได้

4. กรดไขมันโอเมก้า 3 (Omega-3 fatty acids)กรดไขมันโอเมก้า 3

ยกตัวอย่างเช่น DHA รวมทั้ง EPA มีคุณประโยชน์ต่อสุขภาพและก็เป็นไขมันสำคัญที่พบได้ในของกินประเภทเม็ดเจียและก็อาหารเสริมต่างๆเช่น น้ำมันปลา กรดไขมันโอเมก้า 3 มีส่วนช่วยรูปแบบการทำงานของเซลล์ภูมิต้านทานซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อภูมิต้านทานโดยกำเนิดและภูมิคุ้มกันแบบจำเพาะที่ต่อสู้กับการติดเชื้อ

คนที่ชี้แนะให้เข้ารับการตรวจ NK Cell Count แล้วก็ NK Cell Activity

มีประวัติติดโรคบ่อย ตัวอย่างเช่น เริม, งูสวัด, โรคตับอักเสบ, เป็นหวัดบ่อย, เคยเจ็บป่วยหวัดใหญ่สายพันธุ์ เอ หรือ บี, หวัดนก, ไข้ไวรัสโคโรนา

เป็นต้นครอบครัวมีประวัติการเป็นโรคมะเร็งมีสภาวะร่างกายเหนื่อยล้าเรื้อรังมีประวัติการสูบบุหรี่อย่างต่อเนื่องมีประวัติต้องสัมผัสกับฮอร์โมนหรือมลพิษที่เกิดขึ้นจากสิ่งแวดล้อมเป็นเวลานานมีสภาวะน้ำหนักเกิน หรือเป็นโรคอ้วน (เปอร์เซ็นต์ไขมันในร่างกาย ผู้ชายมากกว่า 28 เปอร์เซ็นต์ และก็สตรีมากยิ่งกว่า 32 เปอร์เซ็นต์)

คนที่มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง

ที่ต้องการตรวจวิเคราะห์เชิงคุ้มครอง เพื่อติดตามแนวทางการทำงานของภูมิต้านทานที่มีกันที่มีมาโดยกำเนิด ซึ่งเป็นภูไม่แบบไม่จำเพาะเจาะจงของตนเอง (Nonspecific Defense Mechanism)เพื่อสุขภาพที่ดี จำเป็นที่จะต้องตั้งใจในเรื่องระบบภูมิคุ้มกันให้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

ด้วยเหตุว่านับว่าเป็นเกราะคุ้มครองที่สำคัญของร่างกาย ด้วยเหตุดังกล่าว การทานอาหารที่นานัปการครบหมู่ แล้วก็เสริมด้วยของกิน ได้แก่ บลูเบอร์รี, เห็ดไมตาเกะ, เห็ดหลินจือ, กระเทียม หรือสินค้าเสริมอาหารบางจำพวกที่มีการศึกษาว่าช่วยทำนุบำรุงระบบภูมิคุ้มกัน อาทิเช่น Cordyceps (ถั่งเช่า), MGN-3 (สารสกัดจากรำข้าว Biobran), Resveratrol, Reishi Extract (สารสกัดจากเห็ดหลินจือ), AHCC

(สารสกัดจากเส้นใยของเห็ดหลากหลายประเภท), Quercetin (สารกรุ๊ปฟลาโวนอยด์ของโพลีฟีนอลเจอได้ในผลไม้ผักใบและก็เมล็ดพืชหลายประเภท), วิตามินซี และโพรไบโอตำหนิกส์ เป็นต้น ก็สามารถช่วยเพิ่ม NK Cell activity ได้เช่นเดียวกัน15-174 กลุ่มสารอาหารสำคัญที่ช่วยสร้างเสริมระบบภูมิคุ้มกัน

1. โปรตีน (Protein) เสริม เพิ่มภูมิคุ้มกันImmune System

หรือที่รู้จักกันในฐานะหน่วยโครงสร้างพื้นฐานของร่างกาย ช่วยให้ร่างกายสามารถสร้างแอนติบอดี้ที่จำเป็นจะต้องต่อการปกป้องคุ้มครองเชื้อไวรัสแล้วก็แบคทีเรียที่รุกล้ำเข้ามาในร่างกาย

เพื่อให้แน่ใจว่าเราได้รับปริมาณโปรตีนอย่างเพียงพอ พวกเราสามารถกินอาหารที่มีโปรตีนเกรดเอให้เยอะขึ้นเรื่อยๆจากปลา สัตว์ปีก เนื้อไม่มีไขมัน อาหารชนิดถั่วเหลือง และก็ผลิตภัณฑ์นมที่มีไขมันต่ำ

2. วิตามินและสารพฤกษเคมี (Vitamins and phytonutrients)

วิตามินเอรวมทั้งซี และก็สารพฤกษเคมี เสริม เพิ่มภูมิคุ้มกันImmune System  ล้วนมีหน้าที่สำคัญต่อสุขภาพภูมิคุ้มกันของเรา วิตามินซีซึ่งเป็นอีกหนึ่งตัวเสริมสร้างภูมิต้านทานที่สำคัญที่สุด ช่วยกระตุ้นให้ร่างกายผลิตแอนติบอดี้ที่ต่อสู้กับโรคภัยไข้เจ็บร้าย

ในทุกๆวันพวกเราจึงต้องกินวิตามินซีในปริมาณที่สมควร เพราะเหตุว่าร่างกายไม่สามารถสร้างหรือเก็บสะสมวิตามินซีไว้ได้

ในขณะวิตามินเอก็ช่วยบำรุงรักษาสุขภาพผิว เนื้อเยื่อของระบบการทำงานเกี่ยวกับการย่อยอาหาร และก็ระบบทางเดินหายใจสารพฤกษเคมีที่พบในผักและผลไม้ ช่วยทำให้ร่างกายลดความเข้มข้นของอนุมูลอิสระที่เป็นตัวแนวทางการทำให้ร่างกายอ่อนแอไม่อาจจะต่อสู้กับความเจ็บไข้ได้ป่วยได้

สารพฤกษเคมีหลายประเภทช่วยลดความเสี่ยงของโรคมะเร็งรวมทั้งโรคเส้นเลือดแล้วก็หัวใจ ทุเลาการอักเสบ ลดระดับความดันเลือด

รวมทั้งเสริมสร้างภูมิต้านทานโดยรวมได้เป็นอย่างดี

3. โพรไบโอติกส์แล้วก็พรีไบโอว่ากล่าวกส์ (Probiotics and prebiotics)

ระบบที่ทำหน้าที่ย่อยอาหารปฏิบัติภารกิจหลักสำหรับในการส่งเสริมการทำงานของภูมิคุ้มกัน ระบบลำไส้เป็นทางสำคัญที่จำเป็นต้องสัมผัสกับสิ่งแวดล้อมด้านนอก

ทั้งยังเป็นทางเดินที่ประกอบด้วยจุลชีวันไมโครไบโอมที่ช่วยเรื่องย่อยอาหารรวมทั้งซับสารอาหารไปสู่ร่างกาย การมีแบคทีเรียลำไส้ที่ดีนับว่าเป็นประโยชน์หลายประการ

อาทิเช่น ช่วยทำให้น้ำหนักน้อยลง ย่อยของกินก้าวหน้าขึ้น ผิวพรรณผ่องใส และที่สำคัญที่สุดเป็นช่วยให้ภูมิคุ้มกันปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพ

แม้ว่างานศึกษาทำการค้นคว้าและทำการวิจัยในหัวข้อดังที่ได้กล่าวมาแล้วจะยังไม่มีผลสรุปชัดแจ้งหรือยอมรับกันโดยธรรมดาก็ตามหลายงานศึกษาเรียนรู้พบว่า

โพรไบโอตำหนิกส์ ซึ่งเป็น “แบคทีเรียจำพวกดี” เป็นประโยชน์ต่อระบบการทำงานเกี่ยวกับการย่อยอาหาร รวมทั้งพรีไบโอว่ากล่าวกส์ ซึ่งเป็นประเภทใยอาหารที่ร่างกายของมนุษย์ไม่อาจจะย่อยได้ ก็ถือเป็นอาหารของโพรไบโอติกส์กลุ่มนี้ด้วย

4. กรดไขมันโอเมก้า 3 (Omega-3 fatty acids)

กรดไขมันโอเมก้า 3 อย่างเช่น DHA รวมทั้ง EPA เป็นประโยชน์ต่อร่างกายและเป็นไขมันสำคัญที่เจอได้ในอาหารจำพวกเมล็ดเจียรวมทั้งอาหารเสริมต่างๆอาทิเช่น

น้ำมันปลา กรดไขมันโอเมก้า 3 มีส่วนช่วยหลักการทำงานของเซลล์ภูมิคุ้มกัน ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อภูมิคุ้มกันแต่กำเนิดแล้วก็ภูมิต้านทานแบบเจาะจงที่ต่อสู้กับการรับเชื้อ

เชื้อก่อโรคสามารถปรับตัวและก็มีพัฒนาการ

เพื่อแอบรวมทั้งทำลายระบบภูมิคุ้มกันได้ เสริม เพิ่มภูมิคุ้มกันImmune System  ระบบภูมิต้านทานก็เลยมีการปรับปรุงกลไกปกป้องออกมาหลายต้นแบบเพื่อที่จะตรวจแล้วก็ทำลายเชื้อก่อโรคด้วยเหมือนกัน

แม้สิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวอย่างแบคทีเรียก็ยังมีระบบระเบียบภูมิต้านทานแบบรากฐานอย่างเอนไซม์ต่างๆที่ช่วยปกป้องการถูกรุกรานจากเชื้อแบคหนริโอฟาจ

กลไกอื่นๆถูกพัฒนาขึ้นมาตั้งแต่สายวิวัฒนาการที่เป็นเซลล์ยูคาริโอตดั้งเดิม และยังพบได้ในสิ่งมีชีวิตช่วงปัจจุบันอย่างพืชแล้วก็สัตว์ที่ไม่มีกระดูกสันหลัง กลไกเหล่านี้ได้แก่

การกลืนกินโดยเซลล์ สายโปรตีนต้านจุลชีวินที่เรียกว่าดีเฟนซิน แล้วก็ระบบคอมพลีเมนท์ สัตว์มีกระดูกสันหลังที่มีขากรรไกรรวมถึงมนุษย์จะมีกลไกปกป้องที่สลับซับซ้อนมากขึ้นไปอีก1 ได้แก่

ความสามารถที่จะปรับพฤติกรรมในช่วงชีวิตเพื่อสามารถตรวจหาเชื้อก่อโรคประเภทหนึ่งๆได้อย่างมีประสิทธิภาพดีขึ้น ระบบภูมิต้านทานแบบปรับนิสัยนี้เองที่ทำให้สิ่งมีชีวิตกลุ่มนี้มีความจำทางภูมิคุ้มกันภายหลังเคยเจอกับเชื้อก่อโรคชนิดหนึ่งๆมาก่อนแล้ว ทำให้เมื่อพบกับเชื้อก่อโรคนี้คราวถัดไปจะสามารถสนองตอบได้อย่างยอดเยี่ยมขึ้น

วิธีการนี้เองที่เป็นหลักฐานของการเสริมภูมิต้านทานด้วยวัคซีนในระบบภูมิต้านทาน

มี “เซลล์เม็ดเลือดขาว” (White Blood Cell หรือ Leucocyte) ที่สำคัญไหลเวียนอยู่ในกระแสโลหิต ซึ่งทำหน้าที่คุ้มครองการแพร่ของเชื้อโรคภายในร่างกายแล้วก็ช่วยกำจัดพิษ ของเสีย

หรือเซลล์ที่ไม่ดีเหมือนปกติ ฉะนั้น หน้าที่หลักของระบบภูมิต้านทานจึงประกอบด้วยคุ้มครองปกป้องรวมทั้งทำลายเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอมต่างๆกำจัดเซลล์ที่สลายตัวออกจากระบบของร่างกาย อย่างเช่น

เซลล์เม็ดเลือดแดงที่มีอายุมากเฝ้าดูเซลล์ที่แปรสภาพผิดไปจากปกติ อย่างเช่น เซลล์ที่กำลังเติบโตไปเป็นเซลล์ของโรคมะเร็ง เป็นต้น

ระบบภูมิต้านทานสามารถจำแนกออกเป็น 2 ระบบ

ดังนี้ระบบภูมิคุ้มกันที่ได้รับมาแต่กำเนิด (Innate Immunity) คือ ภูมิต้านทานของร่างกายที่ถูกสร้างขึ้นเองรวมทั้งประจำตัวมาตั้งแต่กำเนิด ดังเช่น ส่วนของผิวหนัง เยื่อบุ แล้วก็เยื่อเมือกต่างๆซึ่งเป็นป้อมปราการด่านแรกในการปกป้องเชื้อโรค และเป็นภูมิคุ้มกันโรคที่ได้รับการถ่ายทอดผ่านทางพันธุกรรม

ซึ่งส่งผลให้ทารกแรกเกิดมีภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติ

ต่อโรคบางชนิด ดังเช่นว่า โรคคอตีบ สริมเพิ่มภูมิคุ้มกันImmune System  โรคฝึกหัด และก็ฝีดาษ ซึ่งดำรงอยู่ได้ราว 3 เดือน ด้วยเหตุนี้

ความสมบูรณ์ของร่างกายของแต่ละบุคคล ตลอดจนเชื้อชาติ เพศ และก็อายุ ก็เลยมีผลต่อระดับของภูมิคุ้มกันโรคตามธรรมชาติระบบนี้ระบบภูมิต้านทานที่ได้รับมาตอนหลัง (Acquired Immunity) หมายถึง

ระบบภูมิคุ้มกันสถานที่สำหรับทำงานสม่ำเสมอมาจากระบบภูมิคุ้มกันที่ได้รับมาแต่กำเนิด มีสาเหตุจากการที่ร่างกายได้รับสิ่งปลอมปนหรือการกระตุ้นจากวัคซีนต่างๆเป็นระบบภูมิคุ้มกันแบบเฉพาะเจาะจงเจาะจงที่มีการจำลักษณะของแรงกระตุ้น แล้วก็เมื่อร่างกายได้รับสิ่งแปลกปลอมหรือแอนติเจนชนิดเดิมอีกที จะสามารถกระทำตอบสนองได้อย่างเร็วเพิ่มขึ้น ระบบภูมิต้านทานที่ได้รับมาภายหลัง

สามารถแบ่งได้เป็น 2 ระบบย่อย

ซึ่งมูลเหตุที่ทำให้ภูมิต้านทานต่ำ บางทีอาจเกิดได้จากการพักผ่อนน้อยเกินไป ทำให้ร่างกายอ่อนพลีย แล้วก็ป่วยไข้ได้ง่าย นำไปสู่ภูมิคุ้มกันภายในร่างกายต่ำได้การไม่บริหารร่างกาย ฃทำให้ร่างกายไม่ได้รับการเผาไขมัน แล้วก็ยังมีผลให้สมรรถนะของรูปแบบการทำงานของระบบภูมิต้านทานลดน้อยลงได้อีกด้วยการได้รับยาบางประเภท

ได้แก่ ในกลุ่มของผู้ป่วยโรคมะเร็งที่ให้การรักษาโดยการให้เคมีบำบัด จะมีผลให้ร่างกายหมดแรงได้ง่าย รวมทั้งภูมิต้านทานลดลดน้อยลง ติดเชื้อได้ง่าย

รวมทั้งทำให้ลักษณะการทำงานของเซลล์เม็ดเลือดขาวในร่างกายลดลงอีกด้วย ซึ่งข้อมูลที่ได้มาจาก องค์การอนามัยโลก ระบุว่า ทุกๆปีจะมีผู้ป่วยโรคมะเร็งรายใหม่มากขึ้นทั่วโลก

ประมาณ 14 ล้านคน รวมทั้งเสียชีวิต ถึงปีละ 9-10 ล้านคน ในประเทศไทยข้อมูลที่ได้รับมาจากกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า มะเร็งยังคงเป็นต้นเหตุการถึงแก่กรรมชั้น 1 ของคนไทย

โดยมีคนไทยเสียชีวิตจากโรคนี้ปีละกว่า 67,000 คน เฉลี่ยชั่วโมงละ 8 คนอีกด้วยช่วงอายุ พบว่าในวัยเด็กและก็คนวัยแก่ ภูมิคุ้มกันน้อยกว่าในวัยหนุ่มวัยสาว แล้วก็ยังพบว่าเมื่ออายุมากขึ้นภูมิคุ้มกันภายในร่างกายก็ยิ่งลดลดลงอีกด้วย

cheers-ginza

By wpadmin

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *